[ KN78 ] มีดใบตาย แรมโบ้ 2 (Rambo: First Blood Part II)
มีดใบตาย แรมโบ้ 2 (Rambo: First Blood Part II) ผลิตออกมาขายทั่วโลกเพียงแค่ 5000 เล่ม
ใบมีดทำจากเหล็กสเตนเลส 420 พิมพ์ ลายเซ็น และเลขเล่ม ที่ 2424/5000 พร้อมใบรับรองจากผู้ผลิต
สันดาบทำฟันเลี่อย ด้ามจับและการ์ดทำจากเหล็กสเตนเลส ปลายการ์ดหรือเหล็กกันมือสองข้างเป็นไขควงแบบและสี่แฉก
ด้านจับผันด้วยเชือกไนลอนสีดำ มีช่องใส่อุปกรณ์ดำรงชีวิตในป่า ฝิดปิดเป็นอูมิเนียม มีเข็มทิศ ขอบยางกันน้ำเข้าและ ช่องร้อยเชือก
หลอดอุปกรณ์ดำรงชีวิตในป่า ประกอบด้วย 1.)เส้นเอ็น 2.)เข็ม 3.)เบ็ดตกปลาและทุ่น 4.)ไม้ขีดไฟ 5.)ใบมีดผ่าตัด พร้อมซองหนังสีดำ
ความยาวทั้งเล่ม 39 ซม. / ใบมีดยาว 25.5 ซม. / ใบมีดกว้างประมาณ 5 ซม. / ใบมีดหนา 5 ซม.
ด้ามจับยาว 13.5 ซม. / ด้ามจับหนาประมาณ 3.3 ซม.

ราคา ฿4,700 บาท พร้อมส่งด้วยพัสดุด่วนEMS





















- แรมโบ้ มาจากชื่อจริง จอห์น เจมส์ แรมโบ้ เขาคือทหารผ่านศึกสงครามเวียตนามผู้ชำนาญการรบแบบกองโจร การใช้อาวุธ สู้มือเปล่า และเอาตัวรอดในสมรภูมิ เขาเป็นตัวละครซึ่งอ้างอิงมาจากนิยายเรื่อง First Blood ของ เดวิด มอร์เรล ทุกภาคนำแสดงโดย ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน โดยมีมาแล้วทั้งหมด 3 ภาคก่อนหน้าคือ First Blood (1982), Rambo: First Blood Part II (1985), Rambo III (1988) และตามมาด้วยภาค 4 ปี 2008 ห่างจากภาคสุดท้าย 20 ปีในชื่อสั้นง่ายๆ ว่า Rambo อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้สับสนฉบับภาษาไทยจึงตั้งชื่อว่า Rambo IV ซึ่งตอนแรกเขานำโครงการนี้ไปเสนอก่อน Rocky ด้วยซ้ำ และเพราะ Rocky Balboa ประสบความสำเร็จนั่นเองทาง MGM จึงไฟเขียวงบสำหรับหนังภาคต่อเรื่องนี้ ปัจจุบันชื่อนี้ได้กลายสัญลักษณ์หนึ่งทางภาพยนตร์เกี่ยวกับฮีโร่ผู้มีภาพลักษณ์ดิบรุ นแรง รวมไปถึงยุทธวิธีการรบแบบมุทะลุ ดุเดือด จนในประเทศไทยเองยังมีนักมวยฉายา แรมบ้า และ แรมบ๊อง มาแล้ว หรือแม้แต่ภาพการคาดเชือกที่ศีรษะของเขานั้นได้กลายเป็นภาพจำที่ทุกคนรู้จักกันดี จนนำมาล้อเลียนในหนัง โฆษณา หรือแม้แต่การสร้างหนังอย่าง Son of Rambow

- ชื่อของ แรมโบ้ มอร์เรลบอกว่ามาจากยี่ห้อของแอปเปิ้ลยี่ห้อหนึ่งในรัฐเพนซิลวาเนีย ซึ่งสะกดคล้ายกับนามสกุลของกวีชาวฝรั่งเศส Arthur Rimbaud เจ้าของบทกวี Season in Hell ที่มีคำเปรียบเปรยเกี่ยวกับนักโทษสงครามที่ถูกทรมานซึ่งชวนเขานึกถึงภาพตัวละครคนนี้ ขึ้นมา อย่างไรก็ตามไม่รู้บังเอิญหรือเปล่าในภาษาญี่ปุ่นเพราะคำนี้แปลว่า ความรุนแรง

- ในอดีตก่อนจะมีการสร้างภาคแรกหนังมีคนเคยเกี่ยวข้องมากมายในบทนี้ ตั้งแต่ จอห์น ทราโวลต้า, คลิ้นท์ อีสต์วู้ด, สตีฟ แม็คควีน, อัล ปาชิโน่ หรือ ดัสติน ฮอฟฟ์แมน ที่ไมค์ นิโคลส์ เคยสนใจจะกำกับและเสนอชื่อเขา

- เริ่มภาคแรกหนังก็เปลี่ยนบทประพันธ์ไปชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ต้นฉบับจริงๆ แล้วเล่าถึง แรมโบ้ ทหารผ่านศึกที่เกิดคลุ้มคลั่งและฆ่าตำรวจจำนวนมาก แต่ฉบับภาพยนตร์เปลี่ยนให้เขาฝังใจกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ก่อนจะกลายเป็นฮีโร่ และทำให้ตัวละครของเขาถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นมุมมองแบบชาตินิยมที่ทดแทนการพ่ายแพ้ของสงครามเวียตนามนั่นเอง

- ว่ากันว่าสตอลโลนไม่พอใจฉบับแรกของ First Blood มากๆ ชนิดที่เขาคิดจะซื้อหนังกลับมาและทำลายทิ้ง เมื่อรู้ว่าทำไม่ได้แน่ๆ ก็ขอร้องให้โปรดิวเซอร์ตัดฉากของเขาออกไปให้มากที่สุด แล้วเน้นตัวละครอื่นแทน ซึ่งคำแนะนำดังกล่าวได้ตัดฉบับเดิมออกไปหลายสิบนาที จนกลายเป็นแบบอย่างของหนังแอ็คชั่นในยุคหลัง

- ข้อมูลปูมหลังของแรมโบ้ ถูกให้รายละเอียดในภาคสอง นั่นคือ จอห์น เจมส์ แรมโบ้ เกิด 7 มิถุนายน 1947 เมืองโบวี่ รัฐอริโซน่า ลูกครึ่งอินเดียน-เยอรมัน เข้าร่วมกองทัพเมื่อ 8 มิถุนายน 1964 สังกัดหน่วยพิเศษ Special Forces ความสามารถในการปฐมพยาบาล, อาวุธเบา, เฮลิคอปเตอร์ และภาษา, ได้รับเหรียญกล้าหาญ และประดับยศมากมาย -ภาคแรกเล่าเรื่องของ แรมโบ้อดีตทหารที่ปรับตัวกับชีวิตในเมืองไม่ได้ เขากลายเป็นคนเร่ร่อน ไร้คนต้อนรับ และถูกคนดูแคลน มิหนำซ้ำเขายังฝังใจกับการถูกทรมานเมื่อสมัยเป็นเชลยสงครามของพวกเวียตกง(เวียตนามเห นือ)และเกิดคลุ้มคลั่ง ขาดสติ เขาถูกตามล่าในฐานะเป็นภัยต่อความมั่นคงโดยอดีตนายพลหัวหน้าหน่วยของตน, ภาคสองภายหลังจากได้รับโทษ แรมโบ้ถูกส่งไปช่วยเหลือทหารที่ยังหลงเหลือ และถูกจับกุมเป็นเชลยในเวียตนาม จากการนำปฏิบัติการโดยเจ้าหน้าที่ผู้ฉ้อฉล ที่นี่เขาได้รับการช่วยเหลือจาก โค สาวเวียตนามผู้ต่อต้านคอมมิวนิสต์ ซึ่งการเสียชีวิตของเธอทำให้เกิดการสู้แบบ "ข้ามาคนเดียว" จนกลายเป็นเอกลักษณ์นั่นเอง, ส่วนภาค 3 นั้นแรมโบ้จะได้รับการติดต่อให้ไปช่วยปลดปล่อยชาวอัฟกัน ซึ่งขณะนั้นถูกควบคุมโดยโซเวียต เขาจึงทำการช่วยเหลือกลุ่ม มูจาฮีดีน (ซึ่งคงเป็นที่รู้กันว่าภายหลังเป็นกลุ่มผู้ก่อการร้ายต่อต้านสหรัฐฯเสียเอง)

- First Blood ทำเงินไป 47 ล้านเหรียญในอเมริกา และ 125 ล้านเหรียญทั่วโลก จากทุนสร้าง 14 ล้านเหรียญฯ, Rambo: First Blood Part II เพิ่มทุนสร้างสูงถึง 44 ล้านเหรียญฯ และทำเงินมโหฬารเฉพาะในอเมริกา 150 ล้านเหรียญฯ และรวมทั่วโลกเป็น 300 ล้านเหรียญฯ, ส่วน Rambo III ลงทุนสูงขึ้นอีกเป็น 63 ล้านเหรียญฯ ได้รับการบันทึกว่าเป็นหนังลงทุนสูงสุดในสมัยนั้น แต่ผลคือทำเงินไม่เข้าเป้าในอเมริกาคือได้เพียง 53 ล้านเหรียญฯ แต่โชคดีที่ทั่วโลกทำเงินฉลุยเหมือนเดิม 135 ล้านเหรียญฯ สำหรับภาคล่าสุดแม้จะไม่เข้าเป้า แต่ก็ทำเงินในอเมริกาไปกว่า 40 ล้านเหรียญฯ และทำเงินทั่วโลกไปอีก 55 ล้านเหรียญฯ

- ผู้กำกับภาคแรก เท็ด คอตเช็ฟฟ์ คือผู้กำกับ Fun with Dick and Jane ฉบับปี 1977 เขามาเป็นที่ปรึกษาด้านเทคนิคการถ่ายทำให้ในภาค 4, ภาคสองกำกับโดย จอร์จ พี.คอสมาทอส ซึ่งมีผลงานอย่าง Escape to Athena (1979) และ Tombstone(1993) เขาเคยทำหนังร่วมกับสไลอีกเรื่องคือ Cobra (1986) , ภาคสามกำกับโดย ปีเตอร์ แม็คโดนัลด์ ซึ่งมีผลงานอย่าง Mo' Money (1992) แต่มีผลงานในฐานะผู้ช่วยผู้กำกับมากกว่า ซึ่ง 2 ภาคหลังนั้นอยู่ภายใต้การเขียนบทโดยสตอลโลนเอง จึงไม่น่าแปลกใจหลังจาก Rocky Balboa มือขึ้น เขาจะมาอำนวยการสร้าง, เขียนบทและกำกับภาค 4 เองซะเลย

- ภาค 4 ถ่ายทำในประเทศไทย โดยมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับแรมโบ้ที่ถูกขอร้องจากกลุ่มมิชชันนารีให้นำพวกเขาเดินทางไปยังพม่า นี่เป็นหนังแรมโบ้เรื่องแรกที่สตอลโลนกำกับ แต่เป็นเพียงเรื่องเดียวเช่นกันที่ไม่ได้ เจอร์รี่ โกลด์สมิธ คนทำดนตรีประกอบหนังแอ็คชั่นชื่อดังมาทำให้ มิหนำซ้ำยังไม่ได้อ้างอิงนิยายต้นฉบับอีกด้วย อ้อ ! มี ต๊อก ศุภกรณ์ ร่วมแสดงด้วยนะ

- ภาค 4 นับเป็นหนังแรมโบ้ที่ฆ่าคนมากที่สุดคือ 236 ศพ เฉลี่ยแล้วมีคนตาย 2.59 คนต่อ 1 นาที (อึ๋ย!) ชนิดที่ภาค 3 ซึ่งเคยลงสถิติกินเนสบุ๊คว่าเป็นหนังที่มีคนตายถึง 108 ศพ ฉากรุนแรง 221 ฉากต้องอายม้วน, ส่วนภาค 2 คุณพี่ก็น้อยกว่าไปอีกคือมีศพ 67 ศพ พี่แรมโบ้ฆ่าไปซะ 57 คน (ยิ่งไม่ต้องพูดถึงภาคแรก มีคนตายจริงๆ เพียง 1 คน)

- Rambo ภาค 4 แม้จะถูกห้ามฉายในพม่าจากรัฐบาลทหาร แต่แผ่นผีก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า นักรณรงค์เสรีภาพของพม่านำประโยคเด็ดของหนัง Live for nothing, or die for something มาใช้ในการปลุกระดม ชนิดที่สตอลโลนบอกว่าเป็นหนึ่ง ในสิ่งที่เขาภูมิใจในชีวิตการเป็นคนทำหนังเลยทีเดียว

- ภาค 5...อย่าคิดว่าจะไม่มีภาคต่อ อย่างไรก็ตามนี่เป็นข่าวลือเท่านั้นครับว่า ภาค 5 จะเกี่ยวกับการค้นพบว่าเขามีลูกสาว และต้องไปช่วยเธอจากพวกคลั่งลัทธิ ซึ่งว่ากันว่านี่คือบทแรกที่สตอลโลนคิดจะใช้ในภาค 4
- แรมโบ้ มักถูกกล่าวถึงเสมอในการสร้างภาพโฆษณาชวนเชื่อในสงครามเวียตนามให้อเมริกาชนะเวียตนามหลอกๆ ในหนัง ซึ่งภาคสำคัญที่สุดมาจาก Rambo: First Blood Part II ซึ่งสอดแทรกมุมมองดังกล่าวอยู่มาก เจมส์ คาเมรอน (Titanic) ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นคนเขียนบทอยู่กล่าวว่าเขาเขียนเฉพาะแอ็คชั่นเท่านั้น แต่คนที่เปลี่ยนให้เกิดแนวคิดทางการเมืองที่น่ากลัวว่าจะก่อให้เกิดความขัดแย้งกับเวียตนามคือ สตอลโลน
ที่มาจาก: http://www.popcornmag.com/bbs/index.php?showtopic=4376